http://www.isriya.com/node/2148/twitter-debate อ่านบล๊อกเพื่อนรัก มันส์สุดๆ อยากมีส่วนร่วมด้วย แต่ผมไม่มีความรู้ไรเรื่องการเมือง นอกจาก แม่งมันส์ดี มีคนตีกันให้ดู เลือดจริง เจ็งจริง ตายจริง ไม่มีตัวแสดงแทน มีแต่ นอมินี
ที่เอามาบล๊อกคือ จากในคอมเมนท์ผมเห็นคนหลายๆประเภท
1. คนเห็นด้วยกับ mk เพราะเห็นด้วย
2. คนเห็นด้วยกับ mk เพราะไม่กล้าเถียงกลัวโดนอัด
3. คนที่เถียง เรียกว่าเห็นต่างดีกว่า
4. คนที่เฉยๆ แบบผม
แต่ถ้าผมเห็นไม่ตรง ผมจะไม่เถียงนะ เพราะ อันนี้มันก็กึ่งๆเรื่องของความเชื่อ แบบผีมี ไม่มี ประมาณนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเดิมๆ คือ ใครได้รับข้อมูลมาอย่างไร รวมถึงเรื่องของการที่ว่าเติบโตมาอย่างไรด้วย สังเกตุดูว่า พี่ฮุ้ยไม่แสดงตนเลย ซึ่ง ถ้าเป็นผมก็คงจะแบบนั้นมั๊ง หรือดีไม่ดี ผมอาจจะยอมแพ้ไปตอน tweet เลยก็ได้ เพราะผมพวกไม่เถียง จำได้ แม่เรียกว่า ดื้อเงียบ




ดื้อเงียบก็คือดื้อ
ดื้อเงียบก็คือดื้อ ดื้อเสียงดังก็คือดื้อ
คุณไม่เถียงออกมาเป็นคำพูด แต่คุณก็ยังเถียงด้วยการกระทำ เช่น คุณรู้ว่าผมไม่นับถือพุทธ คุณก็ส่งหนังสือมาให้ผมตั้ง 2 เล่ม
ผมขอบคุณที่คุณส่งหนังสือมาให้ แต่ผมก็ต้องบอกว่า นี่เป็นวิธีการเถียงแบบหนึ่ง
คุณฮุ้ยเห็นไม่ตรงกับผม และเถียงกับผมเป็นคนแรกใน Twitter แล้ว ส่วนเขาจะพอใจกับผลแค่ไหน อันนั้นก็เรื่องของเค้า ผมไม่มีปัญหา
คนเราอยาก convince ให้คนอื่นเชื่อแบบเรากันทั้งนั้น ขึ้นกับว่าประเด็นไหนเท่านั้นเอง
แต่อย่าบอกว่า เห็นไม่ตรงกันแล้วไม่คิดอะไร มันไม่มีหรอก อย่างน้อยๆ ก็ต้องนึกเคืองอยู่ในใจ
เรื่องหนังสือ
เรื่องหนังสือ ผมไม่คิดว่าคุณจะอ่านหรอก หรืออ่าน พอไปถึงตรงที่คุณรู้สึกไม่ตรงกับที่คุณคิดคุณก็ไม่อ่านแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้คุณอ่าน ผมมีหน้าที่แค่ชี้ทาง เพราะผมรู้สึกว่านั่นเป็นสิ่งที่ดี และผมเพียงแค่อยากมอบให้คุณ ส่วนจะไปตามทางที่ชี้หรือไม่นั้น เรื่องของคุณเพราะผมก็ไม่อาจ ซึ่งอันนี้ก็เป็นวิธีของผม เพราะผมก็รู้จักคุณดี ว่าเถียงให้ตายก็ไม่ชนะ ยิ่งเรื่องแบบนี้ที่ผมไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มาทำให้คุณเชื่อได้
เรื่องหนังสือ คุณภูมิใจได้เลยว่า คุณเป็นเพื่อนคนเดียว จากเพื่อนไม่กี่คนของผม ที่ผมส่งของที่ดีที่สุดสำหรับผมให้
ส่วนเรื่องเคืองเมื่อเถียงในสิ่งที่ไม่ตรงกันนั้น มันเกิดขึ้นแน่นอน ผมถึงไม่ค่อยเถียงใครไง คือเรื่องพวกนี้ จริงๆแล้ว ที่มันเกิดการเถียงขึ้นเพราะ สองที่มันขัดแย้งกันอยู่ ดังนั้น ถ้าผมบอกว่าสิ่งที่ผมเชื่อนั้นถูก มันก็เป็นการบอกว่าสิ่งที่คุณเชื่อนั้นผิด ไปในตัวโดยทันที เพราะงั้น ไม่ว่าจะคุยยังไง มันก็ต้องเกิดการเถียงอยู่ดี
ฉะนั้น ผมไม่เถียงในเรื่องที่ไม่สามารถสรุปเป็นชิ้นเป็นอันได้ เช่นเรื่องความเชื่อเป็นต้น เพราะเถียงไปมีแต่ทะเลาะ ที่ต้องทะเลาะ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่สามารถหาเหตุผลมายืนยันแบบที่จะทำให้ฝ่ายหนึ่งชะงักแบบเถียงไม่ออกได้
คุณอธิบายเรื่องการเถียงได้ดีท
คุณอธิบายเรื่องการเถียงได้ดีทีเดียว ฝากไปเถียงแทนผมหน่อย
Post new comment