gumara

เหนือกว่าเหตุผล ผมไม่มีเหตุผล

การเลือกใช้ Software ที่เหมาะสมสำหรับใช้ในโครงการ

Submitted by gumara on Wed, 05/14/2008 - 13:37

ไปประชุมกับ กทช. มา เรื่องโครงการรับบริจากคอมพิวเตอร์ เพื่อไปกระจายต่อให้น้องๆ ตจว.

ระเบียบวาระการประชุม
คณะกรรมการดำเนินโครงการทดลองจัดตั้งศูนย์
รับบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อนักเรียนในชนบท
ครั้งที่ 2/2551
วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551 ณ ห้องประชุมชั้น 10
เวลา 9.30 น. อาคารอำนวยการ

อันนี้ส่วนที่ผมดูแล เป็นส่วนหนึ่งของวาระที่ 4 ว่าด้วยเรื่องของ แนวทางการดำเนินโครงการ

การเลือกใช้ Software ที่เหมาะสมสำหรับใช้ในโครงการ
ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รับรายงานจากคณะทำงานว่าจากการที่ได้ไปทำการทดลองคอมพิวเตอร์ที่ใช้ OS ระบบ Ubuntu ซึ่งเป็น Open Source ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายตามข้อเสนอของ SIPA นั้น ปรากฏว่าการใช้ OS ดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนในการใช้งานเนื่องจากมีความแตกต่างกับ OS ระบบ Windows ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันมาก ฝ่ายเลขานุการฯ จึงเห็นว่าหากนักเรียนในโครงการซึ่งอยู่ในระดับประถมต้องทำการเรียนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ OS ระบบ Ubuntu จะก่อให้เกิดความสับสนเมื่อไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ หลังจากจบการศึกษาและต้องเสียเวลาเพื่ออบรมการใช้คอมพิวเตอร์ใน OS ระบบ Windows ใหม่ นอกจากนั้น ฝ่ายเลขานุการฯ เห็นว่าโครงการควรติดตั้งโปรแกรมเพื่อการเรียนรู้อื่นๆ ให้ไปกับเครื่องในโครงการด้วยเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ในการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียน ดังนั้นจึงขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในประเด็นดังนี้

  1. ให้โครงการเลือกใช้ OS Ubuntu ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายต่อไป แล้วให้โรงเรียนไปปรับเปลี่ยนไปใช้ OS ที่เหมาะสมโดยงบประมาณของตนเองภายหลัง
  2. ในกรณีที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรใช้ OS Microsoft ฝ่ายเลขานุการฯ ขออนุมัติกรอบงบประมาณจำนวน 200,000 บาทสำหรับการจัดซื้อลิขสิทธิ์การใช้งาน Microsoft Windows และ Microsoft Office (400 เครื่อง เครื่องละประมาณ 500 บาท)
  3. เห็นชอบกับการหาโปรแกรมที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนชั้นประถมเพิ่มเติม โดยให้คณะทำงานไปสำรวจหาโปรแกรมที่เหมาะสมต่อไป
  4. อันนี้ผมมาดูแลโครงการต่อจาก รองสันติ ขอขอบคุณของสันติมากๆเลย ที่พยายาม fight เรื่อง Ubuntu มาให้ก่อนหน้า ผมจะพยายามให้มากที่สุด
    ขอบคุณครับ

บัดซบจริง

บัดซบจริงๆเลย
สิ้นคิดเจงๆว้อยยยย

ฝ่ายเลขานุการฯนี่เป็นใครฟะ
ผมว่าเค้าคิดเอาเองแน่ๆ ไม่ได้วัดจากกลุ่มเป้าหมาย

ดูกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และความเหมาะสมกันบ้างมั้ยเนี่ย

เชิญหาซื้อลิขสิทธิ์ทั้ง OS กับ Office เครื่องละ 500 บาทไปเหอะ
มีงบแค่สองแสนคงได้อยู่หรอก -*-

สะบัดตูดด้วยความฉุนเฉียวจากไป

อย่าสะบัด

อย่าสะบัดตูดให้ผม เดี๋ยวผมเดินเข้าหา

เครื่องละ

เครื่องละ 500 นี่คง เอาไปใส่แผ่นผี อ่าครับ เคยเห็นตามร้านรับลงวินโดวส์บวกโปรแกรม เครื่องละ 500 เหอๆ
เป็นถึงสถานศึกษาแต่ใช้ของปลอม... ถ้าเค้าเช็คขึ้นมาคงเสียอีกหลายแสน

ผมว่าอยู่

ผมว่าอยู่ที่การสอนของ ร.ร. ด้วยแหละ ที่ว่าจะสอนให้เด็กสามารถใช้งาน os ทั้งสองตัวได้รึป่าว ถ้าสอนไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียนมันหรอกครับคอมพิวเตอร์อ่ะ เกิดมาเพื่อใช้วินโดวส์อย่างเดียว...

ความเ้ห็นส่วนตัว...

ถ้าผมเป็นฝ่ายเลขาฯ ก็คงเลือก Windows เพราะว่าเนื่องจากในตอนนี้การงานของเกือบทุกบริษัทยังคงใช้งานด้วย Windows อยู่ซึ่งถ้าเขาอยากให้เด็กจบไปแบบมีประสิทธิ์ภาพและประสิทธิ์ผลแล้ว และสามารถนำไปใช้ทำงานได้ในอนาคตของตัวเด็กเอง...ก็คงต้องเป็นแบบนี้ไปก่อนน่ะครับ นอกจากว่าบริัษัทส่วนมากจะเริ่มหันมาใช้ Linux เพิ่มขึ้น เมื่อโอกาสเยอะ ทางโรงเรียนก็คงต้องหันมาใช้ linux (สถานศึกษาก็เปรียบเสมือนที่ผลิตคนทำงานเละครับฉะนั้นเขาก็คงเน้นเพื่อให้คนจบไปแล้วมีงานทำ...)

:) แต่ส่วนตัวก็ยังคงใช้ Linux + windows อยู่

ผมมองอย่า

ผมมองอย่างนี้นะครับ คุณ Snappy

1. นี่ไม่ใช่การเทรนเพื่อให้นำไปใช้ทำงานในบริษัท แต่เป็นการเทรนทักษะในการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ซึ่งมีระบบการเรียนรู้คล้ายๆกัน อีกทั้งคนที่ศึกษาไม่ใช่เด็กโต ที่จะเรียนเพื่อจะทำงาน เรากำลังสอน'เด็กประถม'ให้เรียนรู้ทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์อยู่นะครับ

2. เรื่องการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรม สำหรับผมไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะหากเรียนรู้ Ubuntu ก่อนแล้ว การจะย้ายไป Windows ในภายหลัง(หากต้องการ)เป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ

ผมเองใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่สมัย 8088 ยังไม่มีวินโดวส์ตอนประถม พอใช้เป็นแล้ว การเปลี่ยนไป Windows 3.1 / 95 / 98 ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย (แถมง่ายกว่า) แต่ไม่เคยพบปัญหาในการเปลี่ยน OS ในเคสของการเรียนรู้สำหรับเด็กนะครับ รวมทั้งไปถึง Office การเปลี่ยนจาก 2003 ไป 2007 ก็แทบต้องเปลี่ยนมุมมองการใช้ใหม่

การปรับปรุงทักษะการใช้ซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่'จำเป็น'ต้องปรับตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะใช้ OS เดิม หรือ OS ใหม่

3. นอกจากลิขสิทธิ์แล้ว ข้อนี้ผมมองประเด็นไปที่คอมพิวเตอร์ที่จะบริจาคครับ ฮาร์ดแวร์ที่ได้มาลำพังคงไม่สูงเท่าไหร่นัก จะสามารถใช้ OS กับซอฟต์แวร์อย่างไหนได้มีประสิทธิภาพกว่ากัน

ปัญหาจริงๆแล้ว ผมว่าอยู่ที่มุมมองของผู้ใหญ่มากกว่าครับว่าเข้าใจเรื่องการเรียนรู้ทักษะคอมพิวเตอร์และจะยอมเปิดใจมากแค่ไหน แล้วอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ตามมาก็คงเป็นเรื่องของบุคลากร

แต่ถ้าเพียงเปิดใจแล้ว ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหาครับ

ไก่กับไข่

ไก่กับไข่ครับ

ถ้าบริษัทอยากใช้ แต่เด็กจบมาใช้ไม่เป็น บริษัทจะใช้ได้ไง หรือไม่ก็ หาพนักงานมาทำงานไม่ได้
ถ้าสอนเด็กใช้ แล้วไม่มีบริษัทไหนใช้ เขาจะไปทำงานที่ไหน

เมื่อฉะนั

เมื่อฉะนั้นแล้วมันก็คงต้องเริ่มจากทั้ง 2 จุดให้มันไปพร้อมๆกัน ถ้าจะยาก...

เศร้า

เด็กใช้ windows ก็เล่นเกมส์ทั้งนั้นแหละครับ

มาใช้ ubuntu ยังมีประโยชน์มากมายกว่าเยอะแยะเลยครับ
1. ทำจอหมุนๆ ไม่ได้ = ทักษะแก้ไขปัญหาชีวิต (เมื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้จะไปถามใคร จะไปค้นหาความรู้ได้ที่ไหน)
2. ส่ง bug report = ทักษะการอยู่ร่วมกับสังคม (ไม่ส่ง bug แล้วมันจะถูกแก้ไขไหมละคราบบ)

และ อื่นๆอีกมากมาย

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.

More information about formatting options

Active forum topics

Comment

Tags

~


Let's chat

User login

del.icio.us/~

Add to Technorati Favorites


Stat:

free web tracker