ไปประชุมกับ กทช. มา เรื่องโครงการรับบริจากคอมพิวเตอร์ เพื่อไปกระจายต่อให้น้องๆ ตจว.
คณะกรรมการดำเนินโครงการทดลองจัดตั้งศูนย์
รับบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อนักเรียนในชนบท
ครั้งที่ 2/2551
วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2551 ณ ห้องประชุมชั้น 10
เวลา 9.30 น. อาคารอำนวยการ
อันนี้ส่วนที่ผมดูแล เป็นส่วนหนึ่งของวาระที่ 4 ว่าด้วยเรื่องของ แนวทางการดำเนินโครงการ
การเลือกใช้ Software ที่เหมาะสมสำหรับใช้ในโครงการ
ฝ่ายเลขานุการฯ ได้รับรายงานจากคณะทำงานว่าจากการที่ได้ไปทำการทดลองคอมพิวเตอร์ที่ใช้ OS ระบบ Ubuntu ซึ่งเป็น Open Source ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายตามข้อเสนอของ SIPA นั้น ปรากฏว่าการใช้ OS ดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนในการใช้งานเนื่องจากมีความแตกต่างกับ OS ระบบ Windows ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันมาก ฝ่ายเลขานุการฯ จึงเห็นว่าหากนักเรียนในโครงการซึ่งอยู่ในระดับประถมต้องทำการเรียนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ OS ระบบ Ubuntu จะก่อให้เกิดความสับสนเมื่อไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ หลังจากจบการศึกษาและต้องเสียเวลาเพื่ออบรมการใช้คอมพิวเตอร์ใน OS ระบบ Windows ใหม่ นอกจากนั้น ฝ่ายเลขานุการฯ เห็นว่าโครงการควรติดตั้งโปรแกรมเพื่อการเรียนรู้อื่นๆ ให้ไปกับเครื่องในโครงการด้วยเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ในการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียน ดังนั้นจึงขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาในประเด็นดังนี้
- ให้โครงการเลือกใช้ OS Ubuntu ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายต่อไป แล้วให้โรงเรียนไปปรับเปลี่ยนไปใช้ OS ที่เหมาะสมโดยงบประมาณของตนเองภายหลัง
- ในกรณีที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรใช้ OS Microsoft ฝ่ายเลขานุการฯ ขออนุมัติกรอบงบประมาณจำนวน 200,000 บาทสำหรับการจัดซื้อลิขสิทธิ์การใช้งาน Microsoft Windows และ Microsoft Office (400 เครื่อง เครื่องละประมาณ 500 บาท)
- เห็นชอบกับการหาโปรแกรมที่เหมาะสมเพื่อการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนชั้นประถมเพิ่มเติม โดยให้คณะทำงานไปสำรวจหาโปรแกรมที่เหมาะสมต่อไป
อันนี้ผมมาดูแลโครงการต่อจาก รองสันติ ขอขอบคุณของสันติมากๆเลย ที่พยายาม fight เรื่อง Ubuntu มาให้ก่อนหน้า ผมจะพยายามให้มากที่สุด
ขอบคุณครับ




บัดซบจริง
บัดซบจริงๆเลย
สิ้นคิดเจงๆว้อยยยย
ฝ่ายเลขานุการฯนี่เป็นใครฟะ
ผมว่าเค้าคิดเอาเองแน่ๆ ไม่ได้วัดจากกลุ่มเป้าหมาย
ดูกลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และความเหมาะสมกันบ้างมั้ยเนี่ย
เชิญหาซื้อลิขสิทธิ์ทั้ง OS กับ Office เครื่องละ 500 บาทไปเหอะ
มีงบแค่สองแสนคงได้อยู่หรอก -*-
สะบัดตูดด้วยความฉุนเฉียวจากไป
อย่าสะบัด
อย่าสะบัดตูดให้ผม เดี๋ยวผมเดินเข้าหา
เครื่องละ
เครื่องละ 500 นี่คง เอาไปใส่แผ่นผี อ่าครับ เคยเห็นตามร้านรับลงวินโดวส์บวกโปรแกรม เครื่องละ 500 เหอๆ
เป็นถึงสถานศึกษาแต่ใช้ของปลอม... ถ้าเค้าเช็คขึ้นมาคงเสียอีกหลายแสน
ผมว่าอยู่
ผมว่าอยู่ที่การสอนของ ร.ร. ด้วยแหละ ที่ว่าจะสอนให้เด็กสามารถใช้งาน os ทั้งสองตัวได้รึป่าว ถ้าสอนไม่ได้ก็ไม่ต้องเรียนมันหรอกครับคอมพิวเตอร์อ่ะ เกิดมาเพื่อใช้วินโดวส์อย่างเดียว...
ความเ้ห็นส่วนตัว...
ถ้าผมเป็นฝ่ายเลขาฯ ก็คงเลือก Windows เพราะว่าเนื่องจากในตอนนี้การงานของเกือบทุกบริษัทยังคงใช้งานด้วย Windows อยู่ซึ่งถ้าเขาอยากให้เด็กจบไปแบบมีประสิทธิ์ภาพและประสิทธิ์ผลแล้ว และสามารถนำไปใช้ทำงานได้ในอนาคตของตัวเด็กเอง...ก็คงต้องเป็นแบบนี้ไปก่อนน่ะครับ นอกจากว่าบริัษัทส่วนมากจะเริ่มหันมาใช้ Linux เพิ่มขึ้น เมื่อโอกาสเยอะ ทางโรงเรียนก็คงต้องหันมาใช้ linux (สถานศึกษาก็เปรียบเสมือนที่ผลิตคนทำงานเละครับฉะนั้นเขาก็คงเน้นเพื่อให้คนจบไปแล้วมีงานทำ...)
:) แต่ส่วนตัวก็ยังคงใช้ Linux + windows อยู่
ผมมองอย่า
ผมมองอย่างนี้นะครับ คุณ Snappy
1. นี่ไม่ใช่การเทรนเพื่อให้นำไปใช้ทำงานในบริษัท แต่เป็นการเทรนทักษะในการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ซึ่งมีระบบการเรียนรู้คล้ายๆกัน อีกทั้งคนที่ศึกษาไม่ใช่เด็กโต ที่จะเรียนเพื่อจะทำงาน เรากำลังสอน'เด็กประถม'ให้เรียนรู้ทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์อยู่นะครับ
2. เรื่องการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรม สำหรับผมไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะหากเรียนรู้ Ubuntu ก่อนแล้ว การจะย้ายไป Windows ในภายหลัง(หากต้องการ)เป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ
ผมเองใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่สมัย 8088 ยังไม่มีวินโดวส์ตอนประถม พอใช้เป็นแล้ว การเปลี่ยนไป Windows 3.1 / 95 / 98 ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย (แถมง่ายกว่า) แต่ไม่เคยพบปัญหาในการเปลี่ยน OS ในเคสของการเรียนรู้สำหรับเด็กนะครับ รวมทั้งไปถึง Office การเปลี่ยนจาก 2003 ไป 2007 ก็แทบต้องเปลี่ยนมุมมองการใช้ใหม่
การปรับปรุงทักษะการใช้ซอฟต์แวร์เป็นเรื่องที่'จำเป็น'ต้องปรับตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะใช้ OS เดิม หรือ OS ใหม่
3. นอกจากลิขสิทธิ์แล้ว ข้อนี้ผมมองประเด็นไปที่คอมพิวเตอร์ที่จะบริจาคครับ ฮาร์ดแวร์ที่ได้มาลำพังคงไม่สูงเท่าไหร่นัก จะสามารถใช้ OS กับซอฟต์แวร์อย่างไหนได้มีประสิทธิภาพกว่ากัน
ปัญหาจริงๆแล้ว ผมว่าอยู่ที่มุมมองของผู้ใหญ่มากกว่าครับว่าเข้าใจเรื่องการเรียนรู้ทักษะคอมพิวเตอร์และจะยอมเปิดใจมากแค่ไหน แล้วอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ตามมาก็คงเป็นเรื่องของบุคลากร
แต่ถ้าเพียงเปิดใจแล้ว ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหาครับ
ไก่กับไข่
ไก่กับไข่ครับ
ถ้าบริษัทอยากใช้ แต่เด็กจบมาใช้ไม่เป็น บริษัทจะใช้ได้ไง หรือไม่ก็ หาพนักงานมาทำงานไม่ได้
ถ้าสอนเด็กใช้ แล้วไม่มีบริษัทไหนใช้ เขาจะไปทำงานที่ไหน
เมื่อฉะนั
เมื่อฉะนั้นแล้วมันก็คงต้องเริ่มจากทั้ง 2 จุดให้มันไปพร้อมๆกัน ถ้าจะยาก...
เศร้า
เด็กใช้ windows ก็เล่นเกมส์ทั้งนั้นแหละครับ
มาใช้ ubuntu ยังมีประโยชน์มากมายกว่าเยอะแยะเลยครับ
1. ทำจอหมุนๆ ไม่ได้ = ทักษะแก้ไขปัญหาชีวิต (เมื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้จะไปถามใคร จะไปค้นหาความรู้ได้ที่ไหน)
2. ส่ง bug report = ทักษะการอยู่ร่วมกับสังคม (ไม่ส่ง bug แล้วมันจะถูกแก้ไขไหมละคราบบ)
และ อื่นๆอีกมากมาย
Post new comment